>

>

เมื่อไหร่ ที่ควรเปลี่ยนสปริง และจำเป็นต้องเปลี่ยนสปริง

เมื่อไหร่ ที่ควรเปลี่ยนสปริง และจำเป็นต้องเปลี่ยนสปริง

1. น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น ข้อนี้ชัดเจน น้ำหนักรถมากขึ้น เราต้องการ การรับน้ำหนักที่มากขึ้น สปริงต้องแข็งขึ้น

2 ความต้องการใช้งานรถแบบเฉพาะ เจาะจง

2.1 ต้องการ อาการรถที่นิ่งขึ้นในความเร็วสูง สปริงที่ ค่า k สูงขึ้น รถจะนิ่งกว่า นิ่งขึ้น แต่ในความเร็วต่ำๆ ความนุ่มนวลก็จะน้อยลง

2.2 ต้องการ ความนุ่มนวล มากขึ้น บางค่ายก็ลด ค่า k ลง นุ่มนวลแน่นอน แต่ในความเร็วสูง รถก็นิ่งน้อยลง อาการในโค้งอาจแย่ลง

2.3 อายุงาน ข้อนี้ ไม่มี สถิติ ที่ชัดเจน ว่า สปริงติดรถ ควรใช้ได้เท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิตและออกแบบ รู้ได้ไงว่า คอลย์สปริงล้า เสื่อมสภาพ เรามักดูจาก ความล้า คือรถเตี้ยลง ขำๆ😂😂😂ตลกร้าย เราเปลี่ยนสปริงรถ เพราะล้า เอ๊ะ! แล้วงั้น เราไม่ต้องเปลี่ยนสปริงวาล์วบ้างเหรอ?

ค่า K ของสปริงจะสร้างจาก 2 เรื่องหลักๆ ตามสูตรและหลักทางวิศวกรรม เลย นั่นคือ

1. ตามทรงออกแบบ พวกลวด ความโต ต่างๆ

2. มาจากวัสดุ คือ อยู่ที่ เกรดเหล็กนั้นๆ

แต่เรื่องความคงทน และfeeling มาจาก 3 เรื่อง

1. ขนาดออกแบบความโตต่างๆ พื้นฐานทั่วๆ ไป

2. วัสดุเหล็ก เกรดของเหล็กที่นำมาทำ มีเยอะแยะมากตามราคา ไปจนถึง เกรด Titanium (ส่วนมากใช้กับรถสนาม)

3. วิธีการผลิต เป็นขั้นตอน ความชำนาญเฉพาะ Know-how ของแต่ละบริษัท จะให้คุณสมบัติ ที่เด่นชัดขึ้นมา

ช่วงล่างประกอบไปด้วย ยาง โช้ค สปริง และน้ำหนัก 

Spring + Mass + Damper

Spring – มาจากสปริง+สปริงยาง

Mass – น้ำหนักจากบนรถ+ช่วงล่าง

Damper – โช้ค

เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะทำอะไรต้องการได้อะไร พื้นฐานรถสำคัญ

สปริงโหลดค่า K เพิ่มขึ้นจริงหรือไม่

สปริง โหลด เราต้องการค่า k เพิ่มขึ้น เพราะช่วงยุบจะน้อยลง ค่า k ที่มากขึ้น จะทำให้จังหวะยุบตัวช้าลง  การตัดสปริง จะทำให้ ค่า k มากขึ้น เพราะจำนวนขดน้อยลง

ค่า k เพิ่มมากขึ้น 

ข้อเสีย คือรถจะแข็งขึ้น กะด้างมากขึ้น

ข้อดี คือรถ นิ่งขึ้น อาการโคลงน้อยลง

หลาย ๆ คนถาม เปลี่ยนสปริงแต่งดีไหม คำตอบคือ ดี ถ้าสปริงนั้นตรงวัตถุประสงค์การใช้งาน ไม่ดีถ้าสปริงนั้นไม่เหมาะสม

เขาทำมาขายต้องดีสิ

มีสปริงแต่งหลายแบรนด์ ออกแบบมาโหลด สำหรับโช้คเดิม ๆ โดยการลดค่า k เพื่อให้รถเตี้ยลง เช่น สปริง ฟอร์จูนเนอร์ TRD ตัวโฉมแชมป์ (ใช้กับโช้คสเปคเดิม) จะเห็นชัดว่า พอมีคนนั่งด้านท้าย อาการยันลูกยางกันกะแทกจะมี และ เวลารถเริ่มมีความเร็ว รถจะวูบวาบ (โคลง) ข้อนี้ รถโหลดลง cg ดีขึ้น แต่ทรงรถเหมือนโคลงกว่าตัว std

ข้อควรสังเกตุ สปริงโหลด king No212 ที่หลาย ๆ คนยอมรับ ว่าฟิลลิ่งดี ทำแล้วจบ ขดสปริงจะสั้น (ค่า kมากกว่า std) แต่สปริงที่ขดยาวเท่า std แต่ใส่แล้วรถเตี้ยลง ประเภทนี้ ค่า k น้อยกว่า std

เพราะฉะนั้น ควรเสียเงินแบบมีเหตุผล 

โช้คและสปริง คือ ระบบช่วงล่างที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

สปริง: เทคโนโลยีของสปริง(น่าจะ) พัฒนามาถึงจุดสูงสุดตั้งแต่อดีต มีการออกแบบให้เป็นแบบ Progressive และใช้วัสดุเกรดสูง เช่น Titanium แต่ส่วนใหญ่พบในรถ High Performance เท่านั้น

โช้คอัพ: ทำหน้าที่ควบคุมการยืด-ยุบของช่วงล่าง และจัดการน้ำหนักของตัวรถกับล้อ เป้าหมายคือ ลดแรงกระแทกสู่ห้องโดยสาร และ เพิ่มการยึดเกาะถนน เทคโนโลยีโช้คอัพ ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องและซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะถึงขีดสุด